สองดาวเตะ เดวิด บรูกส์ตอนนี้เขาปลอดจากโรคมะเร็งแล้ว

สองดาวเตะ

สองดาวเตะ ข่าวดีสองเด้ง! “บรูกส์” สลัดมะเร็งหายต้อนรับการคืนพรีเมียร์ลีกของ บอร์นมัธ

สองดาวเตะ เดวิด บรูกส์ มิดฟิลด์ของ บอร์นมัธ เปิดเผยว่า ตอนนี้เขาปลอดจากโรคมะเร็งแล้ว หลังเสร็จสิ้นการรักษาในวันเดียวกับที่สโมสรเลื่อนกลับชั้นสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ แข้งชาวเวลส์วัย 24 ปี เผยเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วว่าเขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่ 2 จนต้องขอพักจากการวาดลวดลายในสนามเพื่อเข้ารับการรักษาอย่างเต็มตัว พร้อมคำมั่นว่าจะกลับมาได้อย่างแน่นอน

กระทั่งก่อนเกมกับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ คู่แข่งในการแย่งชิงตั๋วเลื่อนชั้นแบบอัตโนมัติใบที่สองของพวกเขา บรูกส์ ก็ได้ออกมาอัปเดตสุขภาพของตัวเองลงโซเชียลมีเดียอีกครั้ง ก่อนจะเดินทางไปนั่งชมเพื่อนร่วมทีมเปิดบ้านเอาชนะคู่แข่ง 1-0 ถึงขอบสนาม “เป็นเวลา 2-3 เดือนแล้วที่ผมไม่ได้ออกมาพูดอะไรเกี่ยวกับการรักษา แต่ตอนนี้ผมยินดีมากที่จะบอกว่าการรักษามะเร็งเสร็จสิ้นลงแล้ว” score24news.com

สองดาวเตะ

“ผมตื่นเต้นมากที่กำลังจะได้เริ่มต้นการเดินทางเพื่อสานต่ออาชีพนักฟุตบอลของผมอีกครั้ง” ไม่ต้องรอนาน! ฟูแลม การันตีทีมแรกตีตั๋วกลับคืนพรีเมียร์ลีกซีซั่นหน้า ฟูแลม กลายเป็นทีมแรกที่การันตีเลื่อนชั้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลหน้า หลังเปิดบ้านเอาชนะ เปรสตัน 3-0 พร้อมทิ้ง บอร์นมัธ รองฝูง 9 คะแนน ห่าง ฮัดเดิลสฟิลด์ ทาวน์ อันดับสาม 13 แต้ม โดยที่เหลือโปรแกรมอีก 4 นัดให้ลงเล่น

นอกจากนี้ 2 ประตูของ อเล็กซานดรา มิโตรวิช ในเกมดังกล่าว ยังทำให้เขายิงประตูไปแล้วรวม 40 ลูก ซึ่งเป็นการจารึกสถิติใหม่หลังเพิ่งทำลายสถิติเก่าของ อีวาน โทนีย์ ของ เบรนท์ฟอร์ด มาหมาดๆในฐานะดาวซัลโวต่อฤดูกาลในลีกรองของประเทศ อังกฤษ ที่จำนวน 31 ประตู

การกลับมายังลีกสูงสุดของเจ้าสัวน้อยหนนี้ นับเป็นการขึ้นๆลงๆ แชมเปี้ยนชิพ และ พรีเมียร์ลีก ถึง 5 ฤดูกาลติตต่อกันเข้าไปแล้ว นับตั้งแต่ในปี 2017/18 เป็นต้นมา สำหรับโควตาอีก 2 ทีมที่จะเลื่อนตาม ฟูแลม ขึ้นมา จะตกเป็นของทีมรองฝูงหนึ่งทีมและทีมอันดับ 3-6 ที่จะต้องมาเตะเพลย์ออฟกันอีกทีม

โดยที่ปัจจุบันมี ฮัดเดอร์สฟิลด์, ลูตัน ทาวน์, น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ และเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่มีลุ้น ต่อจาก บอร์นมัธ อีกทีมที่เพิ่งร่วงลงมาจากลีกสูงสุดเช่นเดียวกัน

เก็บตกประเด็นสำคัญ หลังเกม เชลซี ทุบ พาเลซ 2-0 ทะลุชิง เอฟเอ คัพ

วิเอรา วางหมากมาดี เป็นหนแรกในฤดูกาลนี้ที่ คริสตัล พาเลซ ประเดิมใช้แผนหลังสามคนและมันก็ดูจะได้ผลดีเสียด้วยเมื่อ เชลซี ดูลำบากไม่น้อยกับการพยายามเจาะเกมรับของพวกเขา โอกาสของ พาเลซ ก็มีมาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนมันเป็นประตูได้ ก่อนท้ายที่สุด เชลซี จะมาลงโทษ วิเอรา จากสองประตูในช่วงท้ายครึ่งหลังพร้อมเป็นฝ่ายตบเท้าเดินไปต่อในรอบชิงกับลิเวอร์พูล

ลูกากู ยังทรงๆ ไม่ได้ออกสตาร์ทเกมลีกมาร่วมสองเดือน และแม้ว่าจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงตลอดทั้ง 4 เกมใน เอฟเอ คัพ ก่อนหน้านี้กับทีมที่ต่ำชั้นกว่า แต่ ทูเคิล ก็เลือกที่จะให้เขานั่งรอโอกาสของตัวเองที่ม้านั่งสำรองไปก่อนในเกมที่สำคัญนี้

สองดาวเตะ

อนาคตของแข้งชาว เบลเยียม ยังไม่ชัดแจ้ง แต่มันก็ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าหากผจก. ยังเป็นคนเดิม เขาคงไม่สามารถเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงในทีมมาได้แน่ๆ

รอมานาน ยากที่จะเชื่อว่านี่คือประตูแรกของแข้งวัย 26 ในรอบ 3 ปี แต่มันก็เป็นประตูที่สำคัญทีเดียว หลัง เชลซี เจอเกมรับ พาเลซ เล่นงานจนเกือยเสียความมั่นใจไปแล้ว

ครึ่งแรกตุนไว้เยอะ! ลิเวอร์พูลเฉือน แมนฯ ซิตี้ 3-2 ทะลุลุ้นแชมป์เอฟเอ คัพ สมัยที่ 8 การแข่งขันฟุตบอลเอฟเอ คัพ อังกฤษ 2021/22 รอบรองชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลงสนามพบลิเวอร์พูล วันนี้เรือใบสีฟ้าใช้แผน 4-3-3 กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง

และแจ็ค กรีลิช เป็นสามประสานแดนหน้า ด้านหงส์แดงมาในระบบ 4-3-3 เช่นกัน หลุยส์ ดิอาซ, ซาดิโอ มาเน และโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ลงล่าตาข่าย

ผลการแข่งขันปรากฏว่า ขุนพลหงส์แดงเป็นฝ่ายทำได้ดีกว่าก่อนเอาชนะไปอย่างสนุก 3-2 ได้ประตูจาก อิบราฮิมา โกนาเต นาทีที่ 9 และซาดิโอ มาเน เหมาคนเดียวสองลูกในนาที 17 กับ 45 ส่วนทัพเรือใบสีฟ้าได้คืนจาก แจ็ค กรีลิช นาทีที่ 47 และแบร์นาร์โด ซิลวา นาที 90+1 จากชัยชนะนัดนี้ ทำให้ลิเวอร์พูล ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปลุ้นแชมป์สมัยที่ 8 ได้สำเร็จ โดยจะรอพบผู้ชนะระหว่าง เชลซี หรือ คริสตัล พาเลซ ต่อไป

คุณภาพแน่นอน! 4 ประเด็นร้อนก่อนเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ วีเอส ลิเวอร์พูลศึกตัดเชือกเอฟเอ คัพ

เกมนี้ต้องมี “ผู้ชนะ” หลังจากการพบกันแบบสุดมันในเกมพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์ก่อนที่จบลงด้วยผลเสมอ 2-2 ดูเหมือนแฟนบอลของทั้งสองทีมจะไม่ต้องรอนานสำหรับการโคจรกลับมาพบกันอีกครั้งของสองยอดทีมระดับท็อปของอังกฤษ ณ เวลานี้

ซึ่งเสาร์นี้จะต่างออกไป เพราะการที่เป็น เอฟเอ คัพ รอบ 4 ทีมสุดท้าย จึงเป็นการฟาดแข้งกันที่สนามกลางอย่าง เวมบลีย์ และเล่นแบบนัดเดียวรู้ผลไม่มีเหย้าเยือน หากเสมอกันใน 90 นาทีก็ต้องไปสู้กันในการต่อเวลาพิเศษ 30 นาทีและปิดท้ายด้วยการดวลจุดโทษชี้ขาดหากยังไม่มีผู้ชนะใน 120 นาที

ตัวแทน เดอ บรอยน์, วอล์คเกอร์ เรียกได้ว่าเสียหายพอสมควรเลยก็ว่าได้ แม้ว่าพวกเขาจะเป็นฝ่ายเอาชนะ แอตฯ มาดริด เข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายในศึกยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ไปได้ แต่ก็ต้องแลกกับการเสีย 2 สตาร์ตัวหลักอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ และไคล์ วอล์คเกอร์ ที่บาดเจ็บข้อเท้าทั้งคู่ โดยเฉพาะรายหลังที่ข้อเท้าบิดผิดรูปไปในเกมดังกล่าว ซึ่งแน่นอนนั่นอาจทำให้เรือใบสีฟ้าจะไร้ซึ่งสองดาวเตะดังกล่าวในเกมที่พบกับ ลิเวอร์พูล วันเสาร์นี้เช่นกัน

แต่อย่างไรก็ตาม ขุมกำลังของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา จัดว่าแข็งแกร่งแม้กระทั่งบนม้านั่งสำรอง ฉะนั้น การจะส่ง อิลคาย กุนโดกัน หรือจะใช้งาน แบร์นาร์โด้ ซิลวา แทนที่ตำแหน่งของ เดอ บรอยน์ มาตรฐานก็แทบไม่ต่างกัน รวมถึงตำแหน่งแบ็กขวาที่แน่นอนว่า คันเซโล จะได้กลับมาประจำการแทนที่ วอล์คเกอร์ ส่วนทางซ้ายชั่วโมงนี้คงหนีไม่พ้น นาธาน อาเก ที่ทำผลงานยอดเยี่ยมกับทีมตลอดช่วงเดือนที่ผ่านมา

หงส์แดงอาจได้เปรียบเรื่องความฟิต แม้กลางสัปดาห์ที่ผ่านมาทั้งสองทีมจะมีคิวลงแข่งในเกมยูฟา แชมเปียนส์ ลีก แต่ดูเหมือนว่าลิเวอร์พูล เองจะมีข้อได้เปรียบอยู่เล็กน้อย ข้อแรกคือพวกเขาได้เล่นในบ้านเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมาในขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องบินไปเล่นที่กรุงมาดริด

ข้อที่สอง รูปเกมที่หงส์แดงกุมความได้เปรียบมาถึงสองประตูในนัดแรก ทำให้ เยอร์เกน คล็อปป์ ตัดสินใจใช้นักเตะชุดผสมลงเล่นและพักตัวหลักหลายคนอย่าง เวอร์จิล ฟาน ไดค์, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน, ซาดิโอ มาเน และ โม ซาลาห์ ไว้บนม้านั่ง ส่วน เรือใบสีฟ้า ที่นำอยู่ประตูเดียวจำต้องจัดชุดเต็มลงบู๊แถมเจอทีมที่เขี้ยวสุดๆอย่างตราหมี ที่บดใส่จนเกมตึงตลอด 90 นาที

นอกจากนี้ยังมีลูกตุกติกชนิดที่กว่าจะจบเกมก็อ่วมกันทั้งสองฝ่าย คงต้องมาลุ้นกันว่าข้อได้เปรียบดังกล่าวจะส่งผลต่อรูปเกมในวันเสาร์นี้อย่างไร แต่เชื่อได้เลยว่า แม้ว่าจะเหนื่อยล้ากันเพียงใดแต่ด้วยศักดิ์ศรีทั้งสองฝ่ายจะยังคงเล่นใหญ่ใส่เต็มในเกมนี้แบบไม่มีกั๊กอย่างแน่นอน

หงส์แดงจะแก้ปัญหาแดนกลางอย่างไร? ต้องบอกก่อนว่า อันที่จริง ลิเวอร์พูล ของ เยอร์เกน คล็อปป์ เองก็ไม่ได้มีปัญหาในแผงมิดฟิลด์แต่อย่างใด แต่การพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อสัปดาห์ก่อนแสดงให้เห็นแล้วว่า ด้วยศักยภาพนักเตะรวมถึงแทคติคการเล่น ทำให้เกมกลางสนามของหงส์แดงดูจะเป็นรองอย่างชัดเจน ซึ่งการที่ซิตี้คุมพื้นที่กลางสนามได้นั้น สร้างปัญหาให้กับรูปเกมของ ลิเวอร์พูล เป็นอย่างมาก

แต่แน่นอน กุนซือระดับ คล็อปป์ ย่อมไม่ปล่อยให้ตัวเองโดนเล่นงานจุดเดิมซ้ำสองและคงมีแผนการมาแก้เกมอย่างแน่นอน จึงเป็นอะไรที่น่าสนใจว่าที่สุดแล้วเกมนี้สองกุนซือจะมีทีเด็ดอะไรงัดออกมาให้แฟนบอลได้ชมกันเป็นบุญตาในคืนวันเสาร์นี้กันอีกบ้าง

Share:

Author: admin_score24news